วันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2551

การต่อแบบLAN Party

LAN Party คืออะไร

LAN Party คือการชุมนุมกันของผู้ใช้คอมพิวเตอร์ของตัวเอง โดยนำมาเชื่อมต่อกันเป็นระบบเครือข่าย (LAN – Local area Network) จุดมุ่งหมายก็เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ เช่น เล่นเกมแบบมัลติเพลเยอร์ แชต แข่งค้นหาข้อมูลบนเว็บ สร้างโปรแกรมแข่งกัน เป็นต้น โดยไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์เสริมอะไรเพิ่มเติมมากนัก ผู้ที่เข้าร่วมวง LAN Party จะมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ตามสถิติโลกที่มีการบันทึกไว้ในกินเนสส์บุ๊ก LAN Party ที่มีจำนวนคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออยู่ในระบบมากที่สุดคือ 10,445 เครื่อง โดยติดตั้งอยู่ในงาน DreamHack Winter 2007 ที่เมือง J?nk?ping ประเทศสวีเดน ซึ่งเป็นงานเทศกาลคอมพิวเตอร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกงานหนึ่ง
ย้อนอดีตกิจกรรมเส้นสาย
ก่อนจะสร้าง LAN Party เรามาย้อนดูความเป็นมาสักนิดกันดีกว่า ถึงแม้ว่า LAN Party จะมีการใช้งานกับเกมแบบมัลติเพลเยอร์ แต่จริงๆ แล้วระบบนี้เริ่มต้นมาจากเกมแบบเล่นคนเดียว (Single Player) โดยเกิดขึ้นครั้งแรกในยุคของระบบปฏิบัติการยูนิกซ์ สมัยนั้นมีเกมสนุกๆ ที่เล่นแล้วไม่เบื่อง่ายๆ อย่างเกม Larn, Hack, Rogue และ Hunt the Wumpus ซึ่งมีการเก็บคะแนนไว้ที่สกอร์บอร์ดบนเซิร์ฟเวอร์กลาง และผู้คนที่เข้ามาแจมในกิจกรรม LAN Party ส่วนใหญ่ก็จะเป็นนักศึกษา โดยจะเข้ามาเล่นเกมและมาอัพเดตคะแนนกันในช่วงเวลาเรียน
ต่อมาจึงได้มีการพัฒนาเกมสำหรับเล่นบนเครือข่ายแลนขึ้นในชื่อ “Xanth Software F/X” จากค่าย MIDI Maze โดยเป็นเกมสำหรับเครื่อง Atari ST แล้วหลังจากนั้นก็มีการพัฒนาเกมแนวนี้ออกมาอีกเรื่อยๆ เกมที่เป็นที่รู้จักกันอย่างมากก็คือ Doom จากค่าย id Software ในปี 1993 และในปัจจุบันก็มีเกมให้เล่นผ่านระบบแลนกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Quake, Unreal Tournament หรือ Counter Strike โดยเฉพาะเกม CS ในสมัยหนึ่งที่ฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนถึงขนาดมีการแยกเครื่องเฉพาะและตั้ง LAN ระหว่างร้านเกมในละแวกใกล้เคียงกัน แล้วจัดแข่งขันชิงรางวัล เราเชื่อว่าคอเกมหลายคนคงจะเคยผ่านสมรภูมิรบผ่านเครือข่ายแลนมาบ้างแล้ว และนี่แหละที่เรียกได้ว่าเป็น LAN Party แบบหนึ่ง

อุปกรณ์สำหรับ LAN Party

สำหรับคอมมาร์ตฉบับนี้เราจะพูดถึงการทำ LAN Party ขนาดเล็กสำหรับให้เพื่อนฝูงในก๊วนไว้เล่นกันที่บ้านหรือในชมรม ซึ่งเป็นเครือข่ายแลนขนาดเล็กประมาณ 2-8 คน หลักการทำงานก็คือ เชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าด้วยกันผ่านอุปกรณ์เน็ตเวิร์กที่ทำหน้าที่เป็นเหมือนชุมสายหลักนั่นเอง แล้วเลือกเครื่องใดเครื่องหนึ่งทำเป็นเซิร์ฟเวอร์ ส่วนเครื่องอื่นๆ ที่เหลือก็เชื่อมต่อเข้ามาในระบบเครือข่าย โดยเซิร์ฟเวอร์จะเป็นผู้ควบคุมกฎกติกาของเกมอุปกรณ์หลักๆ ที่ต้องใช้ใน LAN Party ก็คือ ฮับ (HUB) หรือสวิตช์ (Switch) ที่มีพอร์ตแลน (RJ-45) เพียงพอกับจำนวนเพื่อนๆ ที่เข้ามาเล่น
ยกตัวอย่างอุปกรณ์เน็ตเวอร์กซึ่งเป็นสวิตช์ยี่ห้อ TP-Link TL-SL1109 แบบ 8 พอร์ต ที่รองรับการทำงานได้อย่างครบถ้วน สมัยนี้การใช้ฮับแบบดั้งเดิม ที่ไม่มีวงจร Switching เริ่มจะไม่ค่อยได้รับความนิยมแล้ว เนื่องจากฮับธรรมดามีข้อจำกัดหลายอย่าง โดยเฉพาะการส่งแพ็กเกจข้อมูลแบบบรอดแคสกระจายไปทั่วเน็ตเวิร์ก ทำให้เครื่องที่ไม่ใช่ปลายทางต้องคอยตอบสนองต่อแพ็กเกจที่ไม่ใช่ของตนอยู่เสมอ ส่วนเครื่องเป้าหมายกว่าจะส่งข้อมูลไปยังเครื่องอื่นๆ ก็ต้องผ่านวิ่งฮับ แล้วฮับจึงกระจายข้อมูลไปยังเครื่องต่างๆ อีกทอด กว่าจะไปถึงเป้าหมายก็เสียเวลานาน แต่ถ้าเป็นฮับที่มีวงจร Switching ก็จะสามารถแยกแยะแพ็กเกจว่ามาจากเครื่องใด และต้องการส่งไปยังเครื่องใดได้ ทำให้ลดเวลาในการสื่อสารลงได้มากทีเดียว ปัจจุบัน เราจึงไม่ค่อยเห็นฮับธรรมดาๆ วางตลาดแล้ว จะมีก็แต่ของตกรุ่นหรือมือสองเท่านั้น เพราะผู้ผลิตเน้นทำตลาดเฉพาะอุปกรณ์ฮับ/ Switching เท่านั้น

สำหรับอุปกรณ์ที่แนะนำไปนั้น ถ้าคุณไม่สะดวกจะใช้อุปกรณ์แบบมีสาย เพราะใช้งานโน้ตบุ๊กในการเชื่อมต่อ คุณอาจจะใช้อุปกรณ์แบบ Wireless LAN แทนก็ได้ โดยโน้ตบุ๊กที่มีฟังก์ชัน Wi-Fi คุณอาจจะใช้วิธีการเชื่อมต่อแบบ ad-Hoc ระหว่างเครื่องได้ทันที หรืออาจจะใช้ Access Point ในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายก็ได้ เช่น อุปกรณ์จาก TP-Link TL-WR641G และถ้าเป็นการเล่น LAN Party ระหว่างกลุ่มเพื่อนที่อยู่ไกลกัน (เกินร้อยเมตร) คุณสามารถใช้ซอฟต์แวร์ในการสร้างเครือข่ายส่วนตัวบนอินเทอร์เน็ตหรือที่เรียกว่า VPN (Virtual Private Network) มาใช้งานได้เช่นกัน สำหรับขั้นติดต่อไปเราไปดูการต่อ LAN Party โดยใช้สายแลนกันดีกว่า


การต่อ LAN Party แบบมีสาย

การเชื่อมต่อ LAN Party ด้วยสายแลนจะเป็นการเชื่อมต่อผ่านอุปกรณ์เน็ตเวอร์อย่างสวิตช์ โดยก่อนอื่นก็เสียบสายแลนจากเครื่องเข้าที่สวิตช์ก่อนจากนั้นก็ทำการเปิดแชร์ให้เครื่องมองเห็นกัน

1. จากรูปเป็นการตั้งค่าของการเชื่อต่อผ่านสายแลนนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไร ก่อนอื่นเราต้องเปิดแชร์เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องก่อน วิธีการก็คือ ให้ไปที่ Control Panel -> Network and Internet Connection -> Network Connections

2. จากนั้นจะเข้าขั้นตอนการกำหนดรูปแบบของเน็ตเวิร์ก ให้คลิกที่ Set up a home or small office network
3. ให้คลิกปุ่ม Next ไปเรื่อยๆ จนมาถึงตัวเลือกที่เขียนว่า Select a connection method ให้เลือกที่ This computer connects directly to the computer… แล้วคลิก Next อีกครั้ง

4. ที่หน้า Select your Internet Connection ให้เลือกช่องทางที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วคลิก Next

5. ใส่รายละเอียดเครื่องคอมพิวเตอร์ลงไปในช่อง Computer Description แต่ถ้าไม่ต้องการ ก็สามารถคลิก Next ผ่านไปได้เลย

6. ตั้งชื่อ Workgroup ตามที่ต้องการ แต่ถ้าไม่ตั้งจะใช้ MSHOME อย่างที่โปรแกรมให้มาก็ได้

7. ในหน้า File and printer sharing เลือกที่ Turn on file and printer sharing เพื่อเปิดให้ระบบสามารถโอนไฟล์และใช้งานพรินเตอร์ร่วมกันได้

8. จากนั้นให้คลิก Next แล้วรอสักครู่ แต่หากมีหน้าต่างที่ถามถึงการสร้างแผ่นซีดีหรือ Network Setup Disk ให้เลือก Just finish the wizard. I don’t need to run the wizard on other computers
9. เมื่อเห็นหน้าต่างขึ้นหน้าปุ่ม Finish กดแล้วรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งรอบก็เป็นอันเรียบร้อย

วันจันทร์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551

โนเกีย N Series รุ่นใหม่กำลังจะมา!!

โนเกียกำลังจะวางจำหน่ายมือถือรุ่นใหม่ในไตรมาสที่3 ปี2008นี้ หากใครสนใจหรือกำลังมองหามือถือมัลติมีเดียที่มีฟังก์ชันครบครันอยู่ จะได้นำไปเป็นตัวเลือกในการตัดสินใจได้.....เลยนำข้อมูลมาให้ดูกัน










ขนาด : 103 x 55 x 20 มิลลิเมตรน้ำหนัก 125 กรัม


ข้อมูลทั่วไป Nokia N96 - โนเกีย- Designed for video and TV entertainment
-เปิดตัวครั้งแรก 11 กุมภาพันธ์ 2008 (สยามโฟนฯ)
-ออกวางจำหน่าย ไตรมาสที่ 3 ปี 2008 (ยังไม่ระบุ)
-ราคามือถือ (เปิดตัว) ประมาณ 550 ยูโร (ไม่รวมภาษี)
ข้อมูลตัวเครื่อง (Spec)
-ระบบ WCDMA/Quadband (GSM 850/900/1800/1900 MHz)
-จอแสดงผล TFT-LCD 16 ล้านสี - 240 x 320 พิกเซล (2.8")

-ตัวเครื่องฝาสไลด์ 2 ทิศทาง (Dual slide design)
-ปุ่มควบคุม 5 ทิศทาง (5 ways Navi-Key)
-ปุ่มควบคุมแบบสัมผัส (Touch scroll wheel)
-ปุ่มควบคุมเพลง Play/Pause, Forward, Rewind, Stop
-เสียงเรียกเข้า MP3, Polyphonic ระบบสั่น (Vibration in Phone)
-ระบบปฏิบัติการ : Symbian OS S60 3rd edition
-หน่วยความจำ 16 กิ๊กกะไบต์ (ตัวเครื่อง) RAM 128 MB , ROM 256 MB การ์ดหน่วยความจำ microSD card (T-Flash)
ระบบเชื่อมต่อ (Connectivity)
-ส่งผ่านข้อมูล (Data Transfer) WiFi 802.11b/g, WLAN (Wireless LAN) บลูทูธ Bluetooth™ , USB 2.0 , TV-out รองรับชุดหูฟังสเตอริโอ (A2DP Bluetooth™ Stereo)
-ใช้งานอินเตอร์เน็ต xHTML, WAP 2.0 Browser รองรับแอพพลิเคชั่น Flash Lite 3.0, Flash video รองรับ RSS Feeds
-รับ-ส่งข้อความ (Messaging) อีเมล์ Email (SMTP/IMAP4/POP3)- MMS, SMS ผ่าน 3G-HSDPA, EDGE, GPRS- ระบบ Push-to-talk สนทนาผ่าน GPRS
-รองรับ จาวาแอพลิเคชั่น Java MIDP 2.0
จุดเด่น (Feature)
-ระบบดาวเทียม ค้นหาตำแหน่ง (Build-In A-GPS navigation)
-รองรับแอพพลิเคชั่น Nokia Maps
-กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช (Carl Zeiss optics)
-ขนาดภาพสูงสุด 2592x1944 พิกเซล (Image size) ปรับภาพอัตโนมัติ (Auto Focus)
-กล้องตัวที่สอง VGA รองรับ Video Call สนทนาแบบเห็นภาพ
-บันทึกวีดีโอ ภาพเคลื่อนไหว (Video recording)
-ขนาดวีดีโอ VGA (640 x 480 พิกเซล), 30 เฟรมต่อวินาที รูปแบบไฟล์วีดีโอ : 3GP และ MP4 (Video format)
-เครื่องเล่นเพลง (Music player)- รองรับไฟล์เสียง : MP3, AAC, eAAC+, WMA
-วิทยุ FM Stereo และ Visual Radio
-ช่องเชื่อมต่อชุดหูฟังสเตอริโอ ขนาด 3.5 มิลลิเมตร
-รับสัญญาณโทรทัศน์ในะบบ DVB-H
-Flight mode - ใช้งานเครื่องโดยไม่เปิดสัญญาณโทรศัพท์
การใช้งานของแบตเตอรี่
-แบตเตอรี่มาตรฐาน Li-Ion 950 mAh (BL-5F)
-เปิดรอรับสาย 220 ชั่วโมง (Standby Time) ระบบ WCDMA 200 ชั่วโมง
-สนทนาต่อเนื่อง 220 นาที (Talk Time) ระบบ WCDMA 150 นาที
-เล่นวีดีโอต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง (โหมดออฟไลน์)
-ฟังเพลงต่อเนื่อง 14 ชั่วโมง (โหมดออฟไลน์)
-ชมโทรทํสน์ในระบบ DVB-H ต่อเนื่อง 4 ชั่วโมง (TV playback)

บริษัท เอ็น.ที.แอล อินโฟ จำกัด381/8-10 ซอยพระรามเก้า 58 (ซอย 7 เสรี 7) แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทร. 02-300-6425-26,02-3006429-40 แฟกซ์ 02-300-6434