
การเปิดกล่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มักให้ความรู้สึกที่ดีๆอยู่เสมอ แต่เราขอแนะนำให้คุณอย่าเพิ่งใจร้อนเชื่อมต่อสายเคเบิลต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ท่องอินเทอร์เน็ตในทันทีจะดีกว่า
บริษัทรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์ Symantec ระบุว่า คอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมและไม่มีระบบป้องกัน เมื่อเข้าไปในอินเทอร์เน็ตแค่ 20 นาทีก็จะถูกโจมตีแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้นคอมพิวเตอร์ใหม่เอี่อมอ่องของคุณก็จะถูกเปลี่ยนเป็นซอมบี้เรียบร้อยไปแล้ว ซอมบี้ก็คือคอมพิวเตอร์ที่แฮกเกอร์แอบเข้ามาควบคุมได้อย่างลับๆ ในขณะที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เป็นซอมบี้จะถูกเช่าต่อให้แก่แก๊งค์อาชญากรรมเพื่อนำไปใช้ส่งเมล์ขยะหรือโจมตีเว็บไซต์ต่างๆ
อาชญากรบางคนอาจจะแอบใส่โปรแกรมบันทึกการกดคีย์บอร์ดเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อขโมยรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ นอกจากนั้นในโลกไซเบอร์ยังมีนักก่อกวนอีกเป็นจำนวนมากที่อาจต้องการทำลายข้อมูลของคุณเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นก็มี ในขณะที่บริษัทโฆษณาหลายแห่ง (ส่วนใหญ่มักมีเจตนาไม่บริสุทธิ์) หวังที่จะนำเอาสปายแวร์มาใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งสปายแวร์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทเหล่านี้ติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บของคุณจากนั้นก็ส่งโฆษณาต่างๆมาให้คุณ
คอมพิวเตอร์ที่ถูกแอบเจาะในลักษณะนี้มักพบได้ในบ้าน บริษัท หรือแม้แต่หน่วยงานราชการต่างๆ ถ้าหากต้องการตรวจสอบว่าคุณไม่ได้ตกเป็นเหยื่อ คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอน 6 ประการนี้เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัย
ถ้าหากคุณมีระบบเครือข่ายและใช้ระบบสื่อสารบอร์ดแบนด์ร่วมกันแล้วละก็ คุณน่าจะมีไฟร์วอลล์อยู่ในราวเตอร์อยู่แล้ว
แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ราวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในบริษัทขนาดเล็กใช้ไฟร์วอลล์ Network Address Translation (NAT) เป็นหลัก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วมันจะซ่อนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในระบบเครือข่ายเอาไว้ หรือเป็นการพยายามป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเจาะเข้ามาหาคุณได้นั่นเอง
ไฟร์วอลล์ของ Windows XP ทำงานในลักษณะเดียวกัน นั่นก็คือโปรแกรมสามารถป้องกันสัญญาณที่เข้ามาได้ แต่ป้องกันข้อมูลที่จะถูกส่งออกไปไม่ได้ วิธีเปิดการทำงานของไฟร์วอลล์ใน Windows XP ทำได้โดยการคลิก Start> Control Panel> Windows Firewall คลิกที่วงกลมซึ่งอยู่ข้างๆคำว่า On แล้วคลิก OK หมายเหตุ: ถ้าหากคุณได้อัพเดตระบบปฏิบัติการไปเป็น Windows XP Service Pack 2 แล้ว ไฟร์วอลล์จะเปิดการทำงานให้เอง
วิธีการที่ปลอดภัยมากที่สุดก็คือ การติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่นๆเพิ่มเติมนอกจากไฟร์วอลล์ที่คุณมีอยู่ในราวเตอร์แล้ว ไฟร์วอลล์ที่เพิ่มเข้ามาจะเป็นการปกป้องอีกชั้นหนึ่ง โดยการเตือนให้คุณทราบเมื่อมีความพยายามจะส่งสัญญาณออกไปภายนอก เมื่อใดก็ตามที่มีโปรแกรมพยายามติดต่อสื่อสารกับอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน ถ้าหากเป็นโปรแกรมที่ถูกต้องอาทิเช่น Internet Explorer, Outlook และโปรแกรมอื่นๆ ระบบจะยอมให้ผู้ใช้ติดต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ แต่ถ้าหากเป็นแอพพลิเคชันที่ไม่รู้จักอาทิเช่นเวิร์ม คุณสามารถสั่งห้ามได้ ไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่นๆที่ผมโปรดปรานมากที่สุดก็คือ ZoneAlarm (www.zonelabs.com) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่แจกฟรี
คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของคุณยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปในอินเทอร์เน็ตในตอนนี้ ดังนั้นคุณควรใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆดาวน์โหลดโปรแกรมไฟร์วอลล์ เซฟเก็บเอาไว้ในแผ่นดิสก์แล้วทำการติดตั้งโปรแกรมลงไปในคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เลย
แม้ว่าคุณไม่ได้ใช้ระบบสื่อสารบอร์ดแบนด์ก็ตาม แต่คุณก็ควรติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์อยู่ดี เหล่าแฮกเกอร์มักเป็นพวกโลภมาก พวกเขาจึงพยายามเจาะเข้ามาในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง แม้แต่เครื่องที่มีระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตค่อนข้างช้าก็ตาม2.ปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกัน
ก่อนที่คุณจะเข้าไปในอินเทอร์เน็ต คุณควรปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกันเสีย การแลกเปลี่ยนพรีเซนเตชันยอดขายร่วมกับคนอื่นๆภายในบริษัทถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นอะไร แต่การแลกเปลี่ยนไฟล์ดังกล่าวร่วมกับชุมชนในเว็บถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้ง Windows XP Service Pack 2 เอาไว้แล้ว ให้คุณคลิกที่ Start > Control Panel คลิกที่ Security Center > Windows Firewall คลิกที่หัวข้อ Exceptions จากนั้นในหัวข้อ Programs and Services ยกเลิกการกาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ File and Printer Sharing คลิก OK 3.ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส
งานนี้อาจมองดูแล้วเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนเหมือนงานในหัวข้ออื่นๆ แต่มันก็ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ส่วนใหญ่มักติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสรุ่นทดลองใช้ฟรีมาให้แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณพร้อมที่จะใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสดังกล่าวในทันทีแต่อย่างใด คุณจำเป็นต้องอัพเดตไฟล์ข้อมูลไวรัสเสียก่อน
วิธีการอัพเดตไฟล์ข้อมูลไวรัส คุณจำเป็นต้องเข้าไปในอินเทอร์เน็ต แต่เนื่องจากคุณปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกันและติดตั้งไฟร์วอลล์เอาไว้แล้ว คุณน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว
คุณต้องจำเอาไว้อย่างหนึ่งก็คือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสรุ่นทดลองใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ซึ่งโดยปกติมักจะให้เวลา 30 ถึง 90 วัน โปรแกรมรุ่นทดลองจะยังคงทำงานภายในคอมพิวเตอร์ของคุณต่อไป แต่ข้อมูลไวรัสจะล้าสมัยไปแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ล้าสมัยดังกล่าวจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย
4.แก้ไขไฟล์ HOSTS
การแก้ไขไฟล์ HOSTS จะช่วยป้องกันสปายแวร์และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายชนิดต่างๆ ไม่ให้สื่อสารออกไปจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้ วิธีการนี้จะช่วยให้คุณทองเว็บในลักษณะของการปกปิดตัวตนได้อย่างแท้จริง
แฮกเกอร์ นักทำลายข้าวของ และนักการตลาดไร้ศีลธรรมจำนวนมากชอบเข้ามายึดครองเว็บบราวเซอร์ของคุณ หรือส่งเวิร์มชั่วร้ายเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งในบางครั้งซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายมักจะติดมากับโปรแกรมแชร์แวร์หรือฟรีแวร์ (โปรแกรมแจกฟรี) หรือในบางครั้งเวิร์ม เหล่านี้อาจติดคอมพิวเตอร์ของคุณได้เพียงแค่เปิดไฟล์ที่ติดเชื้อเท่านั้นเอง
คุ๊กกี้ติดตามร่องรอย สามารถเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณได้ผ่านทางเว็บไซต์หรือแม้แต่โฆษณาออนไลน์ คุ๊กกี้เหล่านี้จะคอยติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บของคุณ แล้วรายงานกลับไป วิธีการนี้จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์โฆษณาทราบว่าจะส่งโฆษณาอะไรมายังคอมพิวเตอร์ของคุณบ้าง
โชคดีที่มีผู้จัดทำรายชื่อซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายและเซิร์ฟเวอร์โฆษณาที่ต้องการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ของคุณเอาไว้แล้ว ให้คุณกรอกชื่อโดเมนของเว็บไซต์เหล่านี้และคอมพิวเตอร์แอดเดรสของคุณ (127.0.0.1) ลงไปในไฟล์ HOSTS จากนั้นความพยายามที่จะติดต่อกับคอมพิวเตอร์แม่ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตจะถูกส่งกลับมาที่คอมพิวเตอร์ของคุณเอง จากนั้นคำสั่งดังกล่าวก็จะใช้การไม่ได้
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายชื่อที่เป็นไปได้ด้วยตนเอง เนื่องจากไฟล์ดังกล่าวมีอยู่ในอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว คุณสามารถหาไฟล์ล่าสุดรวมทั้งวิธีการติดตั้งได้ที่ www.mvps.org/winhelp2002/hosts.htmสิ่งสำคัญก็คือการคอยเช็คไฟล์ HOSTS ล่าสุดเป็นประจำ เนื่องจากรายชื่อที่มีอยู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
5.อัพเดตระบบ Windows ของคุณอยู่เสมอ
แม้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณจะติดตั้ง Windows XP Services Pack 2 (SP2) เอาไว้แล้วก็ตาม แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องอัพเดต Windows เป็นประจำอยู่ดี แม้ว่า SP2 มีการติดตั้งอัพเดตสำคัญเอาไว้แล้วเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็มีการเพิ่มอัพเดตใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ
คุณสามารถอัพเดต Windows โดยการคลิกที่ Start > All Programs > Windows Update คุณอาจจำเป็นต้องสตาร์ทคอมพิวเตอร์ใหม่หลังจากทำการอัพเดตบางอย่างไปแล้ว ให้คุณเข้าไปใน Windows Update เรื่อยๆจนกระทั่งไม่มีอัพเดตอะไรให้ติดตั้งอีก
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้ติดตั้ง SP2 เอาไว้ คุณสามารถดาวน์โหลด SP2 มาใช้ได้ หรือคุณสามารถสั่งซีดี SP2 ได้ฟรี ซีดีแผ่นดังกล่าวสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ได้หลายเครื่อง ให้คุณเข้าไปในเพจนี้เพื่อขอซีดีจากไมโครซอฟท์
6.หยุดยั้งสปายแวร์ก่อนที่มันจะฝังรากลึกในพีซีของคุณ
สปายแวร์จะทำการรวบรวมข้อมูลเรื่องที่คุณมีความสนใจ จากนั้นใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อแสดงโฆษณาต่างๆคุณสามารถเตรียมมาตรการป้องกันได้โดยการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม SpywareBlaster (www.javacoolsoftware.com/spywareblaster.html) โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมแจกฟรี และมันจะช่วยป้องกันไม่ให้สปายแวร์แอบเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณได้
โปรแกรมอีกชนิดหนึ่งชื่อ Spybot Search and Destroy ( www.safer-networking.org/en/spybotad/index.html) ป้องกันไม่ให้สปายแวร์และแอดแวร์แอบติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยการสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นโปรแกรมนี้ยังสามารถลบแอดแวร์ที่ติดตั้งลงไปในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วได้ด้วย
Spybot Search and Destroy มีเครื่องมือที่ชื่อว่า TeaTimer โดยที่เครื่องมือนี้จะคอยเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคีย์บางชนิดที่อยู่ในรีจีสตรีของคุณเอง เมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็จะมีป๊อบอัพปรากฏขึ้นมา เพื่อเตือนและถามคุณว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งวิธีเปิดการทำงานของเครื่องมือนี้ก็คือคลิกที่ Mode > Advanced จากนั้นคลิกที่ Tools > Resident จากนั้นคลิกที่ช่อง Resident "TeaTimer" (Protection of over-all system settings) active นอกจากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการกาเครื่องหมายหน้าข้อ Resident "SDHelper" แล้วด้วย
บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม Spybot Search and Destroy แนะนำว่าคุณควรสั่งงานโปรแกรม SpywareBlaster ควบคู่กับ Spybot Search and Destroy
ในตอนนี้เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการป้องกันให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะสามารถเซ็ตอัพบัญชีชื่ออีเมล์และท่องเว็บได้อย่างปลอดภัยได้แล้ว
จากนั้นให้คุณสละเวลาทำการตรวจสอบคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่อยู่ภายในสำนักงานด้วย สิ่งที่คุณต้องตรวจสอบก็คือดูว่าซอฟต์แวร์ Windows และ Microsoft Office มีการอัพเดตแล้วหรือยัง จากนั้นทำการตรวจสอบว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสอัพเดตแล้วหรือยัง ท้ายสุดตรวจหาสปายแวร์ด้วย
การทำแบบนี้อาจฟังดูแล้วเรื่องมากจนเกินไป แต่ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่าางมาก ถ้าหากคุณเซ็ตอัพคอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมแล้ว คุณจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของคุณมีความปลอดภัยมากที่สุดแล้ว
ศึกษาบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่ 6 steps to help secure your brand-new PC

1. จากรูปเป็นการตั้งค่าของการเชื่อต่อผ่านสายแลนนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไร ก่อนอื่นเราต้องเปิดแชร์เครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งสองเครื่องก่อน วิธีการก็คือ ให้ไปที่ Control Panel -> Network and Internet Connection -> Network Connections
2. จากนั้นจะเข้าขั้นตอนการกำหนดรูปแบบของเน็ตเวิร์ก ให้คลิกที่ Set up a home or small office network
3. ให้คลิกปุ่ม Next ไปเรื่อยๆ จนมาถึงตัวเลือกที่เขียนว่า Select a connection method ให้เลือกที่ This computer connects directly to the computer… แล้วคลิก Next อีกครั้ง
4. ที่หน้า Select your Internet Connection ให้เลือกช่องทางที่ใช้เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต แล้วคลิก Next
5. ใส่รายละเอียดเครื่องคอมพิวเตอร์ลงไปในช่อง Computer Description แต่ถ้าไม่ต้องการ ก็สามารถคลิก Next ผ่านไปได้เลย
6. ตั้งชื่อ Workgroup ตามที่ต้องการ แต่ถ้าไม่ตั้งจะใช้ MSHOME อย่างที่โปรแกรมให้มาก็ได้
7. ในหน้า File and printer sharing เลือกที่ Turn on file and printer sharing เพื่อเปิดให้ระบบสามารถโอนไฟล์และใช้งานพรินเตอร์ร่วมกันได้
8. จากนั้นให้คลิก Next แล้วรอสักครู่ แต่หากมีหน้าต่างที่ถามถึงการสร้างแผ่นซีดีหรือ Network Setup Disk ให้เลือก Just finish the wizard. I don’t need to run the wizard on other computers
9. เมื่อเห็นหน้าต่างขึ้นหน้าปุ่ม Finish กดแล้วรีสตาร์ตเครื่องหนึ่งรอบก็เป็นอันเรียบร้อย