วันจันทร์ที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

6 ขั้นตอนรักษาความปลอดภัยพีซีเครื่องใหม่

6 ขั้นตอนรักษาความปลอดภัยพีซีเครื่องใหม่


การเปิดกล่องคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่มักให้ความรู้สึกที่ดีๆอยู่เสมอ แต่เราขอแนะนำให้คุณอย่าเพิ่งใจร้อนเชื่อมต่อสายเคเบิลต่างๆเข้าด้วยกัน แล้วใช้คอมพิวเตอร์เครื่องนี้ท่องอินเทอร์เน็ตในทันทีจะดีกว่า
บริษัทรักษาความปลอดภัยซอฟต์แวร์ Symantec ระบุว่า คอมพิวเตอร์ที่ไม่มีการติดตั้งโปรแกรมซ่อมแซมและไม่มีระบบป้องกัน เมื่อเข้าไปในอินเทอร์เน็ตแค่ 20 นาทีก็จะถูกโจมตีแล้ว
เมื่อถึงตอนนั้นคอมพิวเตอร์ใหม่เอี่อมอ่องของคุณก็จะถูกเปลี่ยนเป็นซอมบี้เรียบร้อยไปแล้ว ซอมบี้ก็คือคอมพิวเตอร์ที่แฮกเกอร์แอบเข้ามาควบคุมได้อย่างลับๆ ในขณะที่เครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่เป็นซอมบี้จะถูกเช่าต่อให้แก่แก๊งค์อาชญากรรมเพื่อนำไปใช้ส่งเมล์ขยะหรือโจมตีเว็บไซต์ต่างๆ
อาชญากรบางคนอาจจะแอบใส่โปรแกรมบันทึกการกดคีย์บอร์ดเอาไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณเพื่อขโมยรหัสผ่าน หมายเลขบัตรเครดิต และข้อมูลสำคัญอื่นๆ นอกจากนั้นในโลกไซเบอร์ยังมีนักก่อกวนอีกเป็นจำนวนมากที่อาจต้องการทำลายข้อมูลของคุณเพื่อความสนุกสนานเท่านั้นก็มี ในขณะที่บริษัทโฆษณาหลายแห่ง (ส่วนใหญ่มักมีเจตนาไม่บริสุทธิ์) หวังที่จะนำเอาสปายแวร์มาใส่ไว้ในคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งสปายแวร์ดังกล่าวจะช่วยให้บริษัทเหล่านี้ติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บของคุณจากนั้นก็ส่งโฆษณาต่างๆมาให้คุณ
คอมพิวเตอร์ที่ถูกแอบเจาะในลักษณะนี้มักพบได้ในบ้าน บริษัท หรือแม้แต่หน่วยงานราชการต่างๆ ถ้าหากต้องการตรวจสอบว่าคุณไม่ได้ตกเป็นเหยื่อ คุณควรปฏิบัติตามขั้นตอน 6 ประการนี้เพื่อทำให้คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของคุณทำงานได้อย่างปลอดภัย

1.ติดตั้งไฟร์วอลล์
ถ้าหากคุณมีระบบเครือข่ายและใช้ระบบสื่อสารบอร์ดแบนด์ร่วมกันแล้วละก็ คุณน่าจะมีไฟร์วอลล์อยู่ในราวเตอร์อยู่แล้ว
แต่นั่นยังไม่เพียงพอ ราวเตอร์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในบริษัทขนาดเล็กใช้ไฟร์วอลล์ Network Address Translation (NAT) เป็นหลัก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วมันจะซ่อนคอมพิวเตอร์ทั้งหมดในระบบเครือข่ายเอาไว้ หรือเป็นการพยายามป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกเจาะเข้ามาหาคุณได้นั่นเอง
ไฟร์วอลล์ของ Windows XP ทำงานในลักษณะเดียวกัน นั่นก็คือโปรแกรมสามารถป้องกันสัญญาณที่เข้ามาได้ แต่ป้องกันข้อมูลที่จะถูกส่งออกไปไม่ได้ วิธีเปิดการทำงานของไฟร์วอลล์ใน Windows XP ทำได้โดยการคลิก Start> Control Panel> Windows Firewall คลิกที่วงกลมซึ่งอยู่ข้างๆคำว่า On แล้วคลิก OK หมายเหตุ: ถ้าหากคุณได้อัพเดตระบบปฏิบัติการไปเป็น Windows XP Service Pack 2 แล้ว ไฟร์วอลล์จะเปิดการทำงานให้เอง
วิธีการที่ปลอดภัยมากที่สุดก็คือ การติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่นๆเพิ่มเติมนอกจากไฟร์วอลล์ที่คุณมีอยู่ในราวเตอร์แล้ว ไฟร์วอลล์ที่เพิ่มเข้ามาจะเป็นการปกป้องอีกชั้นหนึ่ง โดยการเตือนให้คุณทราบเมื่อมีความพยายามจะส่งสัญญาณออกไปภายนอก เมื่อใดก็ตามที่มีโปรแกรมพยายามติดต่อสื่อสารกับอินเทอร์เน็ต ผู้ใช้จะได้รับการแจ้งเตือน ถ้าหากเป็นโปรแกรมที่ถูกต้องอาทิเช่น Internet Explorer, Outlook และโปรแกรมอื่นๆ ระบบจะยอมให้ผู้ใช้ติดต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ แต่ถ้าหากเป็นแอพพลิเคชันที่ไม่รู้จักอาทิเช่นเวิร์ม คุณสามารถสั่งห้ามได้ ไฟร์วอลล์ของบริษัทอื่นๆที่ผมโปรดปรานมากที่สุดก็คือ ZoneAlarm (
www.zonelabs.com) ซึ่งเป็นโปรแกรมที่แจกฟรี
คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ของคุณยังไม่พร้อมที่จะเข้าไปในอินเทอร์เน็ตในตอนนี้ ดังนั้นคุณควรใช้คอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆดาวน์โหลดโปรแกรมไฟร์วอลล์ เซฟเก็บเอาไว้ในแผ่นดิสก์แล้วทำการติดตั้งโปรแกรมลงไปในคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่เลย
แม้ว่าคุณไม่ได้ใช้ระบบสื่อสารบอร์ดแบนด์ก็ตาม แต่คุณก็ควรติดตั้งซอฟต์แวร์ไฟร์วอลล์อยู่ดี เหล่าแฮกเกอร์มักเป็นพวกโลภมาก พวกเขาจึงพยายามเจาะเข้ามาในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง แม้แต่เครื่องที่มีระบบสื่อสารอินเทอร์เน็ตค่อนข้างช้าก็ตาม

2.ปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกัน
ก่อนที่คุณจะเข้าไปในอินเทอร์เน็ต คุณควรปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกันเสีย การแลกเปลี่ยนพรีเซนเตชันยอดขายร่วมกับคนอื่นๆภายในบริษัทถือเป็นเรื่องที่ไม่เป็นอะไร แต่การแลกเปลี่ยนไฟล์ดังกล่าวร่วมกับชุมชนในเว็บถือเป็นอีกเรื่องหนึ่งไปเลย
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณติดตั้ง Windows XP Service Pack 2 เอาไว้แล้ว ให้คุณคลิกที่ Start > Control Panel คลิกที่ Security Center > Windows Firewall คลิกที่หัวข้อ Exceptions จากนั้นในหัวข้อ Programs and Services ยกเลิกการกาเครื่องหมายหน้าหัวข้อ File and Printer Sharing คลิก OK

3.ติดตั้งซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัส
งานนี้อาจมองดูแล้วเป็นเรื่องที่เห็นได้อย่างชัดเจนเหมือนงานในหัวข้ออื่นๆ แต่มันก็ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเช่นกัน คอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ส่วนใหญ่มักติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัสรุ่นทดลองใช้ฟรีมาให้แล้ว แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าคุณพร้อมที่จะใช้โปรแกรมป้องกันไวรัสดังกล่าวในทันทีแต่อย่างใด คุณจำเป็นต้องอัพเดตไฟล์ข้อมูลไวรัสเสียก่อน
วิธีการอัพเดตไฟล์ข้อมูลไวรัส คุณจำเป็นต้องเข้าไปในอินเทอร์เน็ต แต่เนื่องจากคุณปิดการทำงานของระบบใช้ไฟล์ร่วมกันและติดตั้งไฟร์วอลล์เอาไว้แล้ว คุณน่าจะปลอดภัยในระดับหนึ่งแล้ว
คุณต้องจำเอาไว้อย่างหนึ่งก็คือซอฟต์แวร์ป้องกันไวรัสรุ่นทดลองใช้งานได้ในช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้น ซึ่งโดยปกติมักจะให้เวลา 30 ถึง 90 วัน โปรแกรมรุ่นทดลองจะยังคงทำงานภายในคอมพิวเตอร์ของคุณต่อไป แต่ข้อมูลไวรัสจะล้าสมัยไปแล้ว ซึ่งข้อมูลที่ล้าสมัยดังกล่าวจะนำไปสู่ความเข้าใจที่ผิดพลาดเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัย

4.แก้ไขไฟล์ HOSTS
การแก้ไขไฟล์ HOSTS จะช่วยป้องกันสปายแวร์และซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายชนิดต่างๆ ไม่ให้สื่อสารออกไปจากคอมพิวเตอร์ของคุณได้ วิธีการนี้จะช่วยให้คุณทองเว็บในลักษณะของการปกปิดตัวตนได้อย่างแท้จริง
แฮกเกอร์ นักทำลายข้าวของ และนักการตลาดไร้ศีลธรรมจำนวนมากชอบเข้ามายึดครองเว็บบราวเซอร์ของคุณ หรือส่งเวิร์มชั่วร้ายเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณ ซึ่งในบางครั้งซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายมักจะติดมากับโปรแกรมแชร์แวร์หรือฟรีแวร์ (โปรแกรมแจกฟรี) หรือในบางครั้งเวิร์ม เหล่านี้อาจติดคอมพิวเตอร์ของคุณได้เพียงแค่เปิดไฟล์ที่ติดเชื้อเท่านั้นเอง
คุ๊กกี้ติดตามร่องรอย สามารถเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณได้ผ่านทางเว็บไซต์หรือแม้แต่โฆษณาออนไลน์ คุ๊กกี้เหล่านี้จะคอยติดตามพฤติกรรมการท่องเว็บของคุณ แล้วรายงานกลับไป วิธีการนี้จะช่วยให้เซิร์ฟเวอร์โฆษณาทราบว่าจะส่งโฆษณาอะไรมายังคอมพิวเตอร์ของคุณบ้าง
โชคดีที่มีผู้จัดทำรายชื่อซอฟต์แวร์ประสงค์ร้ายและเซิร์ฟเวอร์โฆษณาที่ต้องการสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ของคุณเอาไว้แล้ว ให้คุณกรอกชื่อโดเมนของเว็บไซต์เหล่านี้และคอมพิวเตอร์แอดเดรสของคุณ (127.0.0.1) ลงไปในไฟล์ HOSTS จากนั้นความพยายามที่จะติดต่อกับคอมพิวเตอร์แม่ที่อยู่ในอินเทอร์เน็ตจะถูกส่งกลับมาที่คอมพิวเตอร์ของคุณเอง จากนั้นคำสั่งดังกล่าวก็จะใช้การไม่ได้
คุณไม่จำเป็นต้องกรอกรายชื่อที่เป็นไปได้ด้วยตนเอง เนื่องจากไฟล์ดังกล่าวมีอยู่ในอินเทอร์เน็ตอยู่แล้ว คุณสามารถหาไฟล์ล่าสุดรวมทั้งวิธีการติดตั้งได้ที่
www.mvps.org/winhelp2002/hosts.htmสิ่งสำคัญก็คือการคอยเช็คไฟล์ HOSTS ล่าสุดเป็นประจำ เนื่องจากรายชื่อที่มีอยู่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

5.อัพเดตระบบ Windows ของคุณอยู่เสมอ
แม้ว่าคอมพิวเตอร์ของคุณจะติดตั้ง Windows XP Services Pack 2 (SP2) เอาไว้แล้วก็ตาม แต่คุณก็ยังจำเป็นต้องอัพเดต Windows เป็นประจำอยู่ดี แม้ว่า SP2 มีการติดตั้งอัพเดตสำคัญเอาไว้แล้วเป็นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็มีการเพิ่มอัพเดตใหม่ๆอยู่เรื่อยๆ
คุณสามารถอัพเดต Windows โดยการคลิกที่ Start > All Programs > Windows Update คุณอาจจำเป็นต้องสตาร์ทคอมพิวเตอร์ใหม่หลังจากทำการอัพเดตบางอย่างไปแล้ว ให้คุณเข้าไปใน Windows Update เรื่อยๆจนกระทั่งไม่มีอัพเดตอะไรให้ติดตั้งอีก
ถ้าหากคอมพิวเตอร์ของคุณไม่ได้ติดตั้ง SP2 เอาไว้ คุณสามารถดาวน์โหลด SP2 มาใช้ได้ หรือคุณสามารถสั่งซีดี SP2 ได้ฟรี ซีดีแผ่นดังกล่าวสามารถใช้กับคอมพิวเตอร์ได้หลายเครื่อง ให้คุณเข้าไปในเพจนี้เพื่อขอซีดีจากไมโครซอฟท์

6.หยุดยั้งสปายแวร์ก่อนที่มันจะฝังรากลึกในพีซีของคุณ
สปายแวร์จะทำการรวบรวมข้อมูลเรื่องที่คุณมีความสนใจ จากนั้นใช้ข้อมูลดังกล่าวเพื่อแสดงโฆษณาต่างๆคุณสามารถเตรียมมาตรการป้องกันได้โดยการดาวน์โหลดและติดตั้งโปรแกรม SpywareBlaster (
www.javacoolsoftware.com/spywareblaster.html) โปรแกรมนี้เป็นโปรแกรมแจกฟรี และมันจะช่วยป้องกันไม่ให้สปายแวร์แอบเข้ามาในคอมพิวเตอร์ของคุณได้
โปรแกรมอีกชนิดหนึ่งชื่อ Spybot Search and Destroy (
www.safer-networking.org/en/spybotad/index.html) ป้องกันไม่ให้สปายแวร์และแอดแวร์แอบติดตั้งในคอมพิวเตอร์ของคุณได้โดยการสร้างภูมิคุ้มกัน นอกจากนั้นโปรแกรมนี้ยังสามารถลบแอดแวร์ที่ติดตั้งลงไปในคอมพิวเตอร์ของคุณแล้วได้ด้วย
Spybot Search and Destroy มีเครื่องมือที่ชื่อว่า TeaTimer โดยที่เครื่องมือนี้จะคอยเฝ้าระวังการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับคีย์บางชนิดที่อยู่ในรีจีสตรีของคุณเอง เมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นก็จะมีป๊อบอัพปรากฏขึ้นมา เพื่อเตือนและถามคุณว่าจะยอมรับหรือปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งวิธีเปิดการทำงานของเครื่องมือนี้ก็คือคลิกที่ Mode > Advanced จากนั้นคลิกที่ Tools > Resident จากนั้นคลิกที่ช่อง Resident "TeaTimer" (Protection of over-all system settings) active นอกจากนั้นตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการกาเครื่องหมายหน้าข้อ Resident "SDHelper" แล้วด้วย
บริษัทผู้พัฒนาโปรแกรม Spybot Search and Destroy แนะนำว่าคุณควรสั่งงานโปรแกรม SpywareBlaster ควบคู่กับ Spybot Search and Destroy
ในตอนนี้เมื่อคอมพิวเตอร์ของคุณได้รับการป้องกันให้แน่นหนาที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว คุณก็จะสามารถเซ็ตอัพบัญชีชื่ออีเมล์และท่องเว็บได้อย่างปลอดภัยได้แล้ว
จากนั้นให้คุณสละเวลาทำการตรวจสอบคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆที่อยู่ภายในสำนักงานด้วย สิ่งที่คุณต้องตรวจสอบก็คือดูว่าซอฟต์แวร์ Windows และ Microsoft Office มีการอัพเดตแล้วหรือยัง จากนั้นทำการตรวจสอบว่าโปรแกรมป้องกันไวรัสอัพเดตแล้วหรือยัง ท้ายสุดตรวจหาสปายแวร์ด้วย
การทำแบบนี้อาจฟังดูแล้วเรื่องมากจนเกินไป แต่ขั้นตอนการรักษาความปลอดภัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่าางมาก ถ้าหากคุณเซ็ตอัพคอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมแล้ว คุณจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้นว่าคอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายของคุณมีความปลอดภัยมากที่สุดแล้ว
ศึกษาบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่
6 steps to help secure your brand-new PC

ไม่มีความคิดเห็น: